ผ่านมาเกือบ 3 อาทิตย์แล้วหลังจากที่ Diablo 3 เปิดให้เล่นกันทั่วโลก
และแล้วมันก็ประเด็นที่น่าสนใจมาให้เขียนเกี่ยวกับเกมที่คนทั้งโลกรอคอย(จนแก่)เกมนี้อีกจนได้
หลายคนอาจจะเบื่อคนเขียนว่า “เฮ้ Diablo 3 หลายรอบละเปลี่ยนเรื่องบ้างดิ๊”
...ขอวันนี้อีกรอบนะครับ คราวหน้าเปลี่ยนเรื่องแน่นอน เกี่ยวก้อยสัญญาเลย เอ้า!
+++
เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมาทาง Blizzard ได้มีการอัพเดทบล้อค
(http://us.battle.net/d3/en/blog/6018173/Game_Design_Update-5_28_2012#blog)
ใจความหลักๆของบล้อค คือ หลังจากผ่านมา 2 สัปดาห์ Diablo 3 มีสถิติที่น่าสนใจหลายอย่างดังนี้
-โดยเฉลี่ยผู้เล่นจะสร้างตัวละครไว้ประมาณ 3 ตัว
-80% ของตัวละครทั้งหมดมีเลเวลอยู่ในช่วง 1-30
-มีผู้เล่น 1.9% เล่นไปถึงระดับ Inferno แล้ว
-54%ของคนที่เล่น Hardcore Mode (ตายแล้วตายเลย) เล่นตัวละครเพศหญิง
-ตัวละครเลเวล 60 มีการเซตสกิลซ้ำกันอยู่น้อยมาก สูงสุดมีเพียง 0.7% เท่านั้นที่จะใช้สกิลเหมือนกันทุกประการ
(ทาง Blizzard ต้องการสื่อว่า เกมนี้มีความหลากหลายในด้านของการสร้างตัวละคร
ไม่ใช่ว่าเล่นอาชีพนี้ต้องใช้สกิลแบบนั้นแบบนี้ เหมือนกันทุกคนอย่างเกมอื่นๆ)
- Rune ยอดฮิตของแต่ละสายอาชีพมีดังต่อไปนี้ Barbarian: Best Served Cold, Demon Hunter: Lingering Fog, Wizard: Mirror Skin, Monk: Peaceful Repose, Witch Doctor: Numbing Dart
สิ่งสำคัญคือทางทีมงานก็ได้แสดงเจตจำนงในบล้อคว่า
“ถ้าสกิลหรือรูนของอาชีพใดๆกลายเป็นสิ่งจำเป็น ขนาดที่ว่าต้องใช้เสมอหรือขาดไปไม่ได้เลย
สกิลหรือรูนนั้นจะขัดต่อเป้าหมายของเราที่ทำเกมนี้ออกมาเพื่อให้ผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์ตัวละครได้อย่างอิสระ”
Wizard และ Demon Hunter ที่สามารถจัดการ Diablo ใน inferno ได้อย่างง่ายดาย
จึงกลายเป็นสองอาชีพแรกที่ถูกปรับความสามารถไปอย่างรวดเร็ว
หากใครสนใจว่าสองอาชีพนี้จัดการ Diablo(inferno) ได้ง่ายขนาดไหน ดูจากคลิปด้านล่างนี้ได้เลย
...แต่ทำตามไม่ได้นะครับ เพราะความสามารถของสกิลถูกลดลงแล้ว
Wizard 1-1 Diablo inferno:
DemonHunter 1-1 Diablo inferno:
ประเด็นถัดมา ผู้เล่นหลายคนสงสัยกันมากว่า
“ทำไมอาวุธหรือชุด Legendary นั้น ไม่ได้ดีเท่ากับของแรร์ในระดับเดียวกันเลย?
บางครั้งบอกว่า”กาก”ก็ยังไม่ถือเป็นการพูดเกินไปด้วยซ้ำ”
ทางทีมงานได้ให้คำตอบเอาไว้ดังนี้
“ Legendary items are not designed to necessarily be the best items in the game.”
- อาวุธระดับ Legendary นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นอาวุธที่ดีที่สุดในเกม
หากใครต้องการอาวุธหรือเครื่องป้องกันที่ดีมากๆ
การมองหาไอเทมระดับ Rare ที่สุ่มค่าต่างๆออกมาได้สูงถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
ทางทีมงานไม่ต้องการให้อุปกรณ์ระดับ Legendary กลายเป็นของบังคับที่ทุกคนต้องหามาใช้
อนาคตใน Patch 1.1 ที่ยังไม่ออกมานั้น ของระดับ Legendary น่าจะดีขึ้นมาหน่อย
เพราะอาจมีบัฟพิเศษแฝงมากับ item legendary ที่ได้มาด้วย แต่บัฟที่ว่านี้ไม่มีผลย้อนหลัง
ดังนั้น Legendary ดีๆจะมีมาอีกทีก็ต้องรอดรอปในอนาคตเท่านั้นครับ
เจอแต่เรื่องปรับลดที่ไม่ดีมาหลายอย่างแล้ว มาถึงเรื่องการปรับลดที่ดีบ้าง
ในแพท 1.03 ซึ่งอีกไม่นานจะออกมา ทีมงานวางแผนว่าจะลดค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดBlacksmith ลง
และการผสม Gem ในระดับที่สูงกว่า Flawless Square ขึ้นไป
จะใช้ Gem แค่ 2 เม็ด ไม่ใช่ 3เม็ด พร้อมทั้งลดราคาค่าผสม Gem ลงด้วย
...ใครที่รอผสม Gem ระดับสูงๆมาใช้คงได้เฮกันแหละทีนี้
+++
จากการปรับแต่งหลายๆอย่างที่ออกมาในเวลาอันรวดเร็วนั้น
เห็นได้ชัดว่าทีมงานของ Blizzard ค่อนข้างขยันทำการบ้านมากๆ
เพราะการปรับสกิลที่มีผลกระทบกับตัวละครและความสมดุลของเกมมหาศาล
ทีมงานปรับกันดื้อๆเลยในเวลาไม่ถึง 1 เดือน
ผมว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะ บัคหรือความไม่สมดุลบางอย่าง
สามารถทำลายความสนุกของเกมโดยรวมได้ หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป
อีกเรื่องที่แม้จะเหมือนเชียร์เกินไปแต่ก็อยากเขียนก็คือ
ความตั้งใจที่จะให้เกมออกมาหลากหลายมากกว่าซ้ำซากจำเจกับรูปแบบเดิมๆ
ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างเบื่อกับเกมออนไลน์ที่มีอาชีพยั๊วเยี๊ยไปหมด
แต่เอาเข้าจริงตัวละครนึงเล่นได้แค่ 1-2 แบบ แล้วก็ปรับสกิลไปมาไม่ได้
อยากเล่นอาชีพเดิมสายใหม่ ก็ต้องปั้นตัวใหม่ตั้งแต่เลเวล 1 เลย
ปัญหาของการที่ปรับสกิลไม่ได้นั้นทำให้เวลาอยากเล่นอาชีพไหนสักอาชีพ
คนส่วนใหญ่เลยเลือกเล่นแต่สายที่เก่งที่สุด ทำให้เล่นทีไรก็เจอแต่อาชีพเดิมๆ สกิลเดิมๆ
เพราะไม่มีใครสนุกกับการปั้นตัวละครอาชีพเดิมปรับสกิลนิดหน่อยเป็นสิบตัวแน่ๆ
การที่ Diablo 3 เปิดให้ผู้เล่นปรับสกิลได้ตามใจชอบ เมื่อใดก็ได้แบบนี้
จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ดีว่า ทางทีมงานต้องการให้ตัวละครมีความหลากหลายจริงๆ
ถ้าวัดความคุ้มค่าของเกมที่ซื้อจากเวลาที่เราสนุกไปกับมัน
ปัจจุบันผมเล่น Diablo 3 ไปแล้วประมาณ 100 ชม.แต่ก็ยังไม่เบื่อ
เวลาขนาดนี้ผมเล่นแค่ 2 อาชีพยังเหลือ Witch doctor,Wizard,Monk ที่ยังไม่ได้เล่น
หากต้องเล่นให้ครบทุกอาชีพ น่าจะกินเวลาไม่ต่ำกว่า 150 ชม.
และพอระบบ PVP เข้า ผมก็น่าจะเล่น อีก 250 ชม.เป็นอย่างน้อย
ในความเห็นของผม เกมราคา 2000 กว่าบาท แต่เล่นได้ 500 ชม.ขึ้นไป
ตกราคาแค่ชม.ละ 4 บาทผมว่าเกินคุ้มนะ
ส่วนใครที่อยากเล่นแล้วยังหากล่องไม่ได้รอหน่อยนะครับ
เพราะ เท่าที่ได้ข่าวมาของเข้าปลายเดือนมิ.ย.นี่ละ ผิดถูกยังไงต้องลองถามร้านเกมใกล้บ้านท่านดู
สำหรับเรื่องของ Diablo 3 คงต้องจบลงแต่เพียงเท่านี้
โอกาสหน้าผมจะกลับเข้าเนื้อหาหลักของคอลัมน์ Life is like a game ต่อ
แล้วพบกันในตอนหน้านะครับ บ๊ายบาย













































