
หลังจากที่เราได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นในส่วนของสายอาชีพและขั้นตอนการสร้างตัวละครไปแล้ว เราก็จะเข้ามาสู่โลกแห่ง Blade&Soul กันจริง ๆ เสียทีครับ โดยในการทดสอบครั้งนี้ยังอ้างอิงเนื้อเรื่องเดิมที่เคยทดสอบมาจาก 2 ครั้งที่แล้ว แถมยัง ได้เพิ่มเนื้อหาให้ชวนค้นหามากขึ้นไปกว่าเดิม โดยเนื้อหาที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นเรื่องราวต่อจากการทดสอบรอบที่แล้วที่เรียก ว่าสะเทือนอารมณ์กว่าเดิม T^T แน่นอน แต่ในส่วนของเรื่องราวนั้นเพื่อนๆ คงต้องติดตามกันในตอนแล่นกันจริง ๆ เองนะครับ เพราะผมเองนั้นยอมรับผิดเลยแหละ ว่าไม่สามารถเล่นไปให้ถึงดวงดาวได้ ฮ่าๆๆ (ตัน 45 เล่นได้แค่ 40 เองเอ๊าะ)
ถ้างั้นในส่วนของตอนที่ 2 นี้ผมขอเสนอข้อมูลในส่วนของการเล่นเบื้องต้นกันก่อนนะครับ สำหรับใครเคยติดตามบทความในการทดสอบรอบที่แล้วไป ก็คงต้องแก้ไขกันเล็กน้อยเพราะว่าในการทดสอบรอบสุดท้ายนี้มีการเปลี่ยนแปลง ไปเยอะพอสมควรครับ เอาละเกริ่นมามากละเรามาเริ่มทำความรู้จักเกมนี้ให้มากขึ้นไปอีกครับ
เริ่มแรกเรามาเรียนรู้ในส่วนของการบังคับตัวละครกันก่อนเลย
ในการทดสอบรอบสุดท้ายนี้การบังคับตัวละครยังคงเหมือนเดิมจากครั้งก่อนแต่ เพิ่มเติมในส่วนของสกิลการวิ่งและการกระโดดให้สวยงามมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าสกิลที่ใช้ในเคลื่อนที่นั้นผู้เล่นต้องเก็บเลเวลและทำภารกิจ ต่างๆเพื่อเพิ่มความสามารถในการเคลื่อนได้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีกครับ
การบังคับ : Control

การกระโดดของตัวละครใช้ปุ่ม Space Bar


การวิ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วกดปุ่ม W 2 ครั้งติดกัน

แต่สิ่งที่แตกต่างจากการทดสอบครั้งก่อนนั้นคือ เช่นการที่เราจะสามารถวิ่งบนน้ำได้นั้นเราต้องทำการเก็ยค่าประสบการณ์ตัวละครให้ถึงเลเวลที่ 15 และทำเควสเนื้อเรื่องในถ้ำให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เมื่อทำเสร็จแล้วเราจะสามารถรับเควสวิ่งบนน้ำได้จากศาลาลอยฟ้าที่อยู่ด้านบน สุดของแผนที่ เมื่อเรารับภารกิจแล้วให้เราทำตามขั้นตอนที่บอกเอาไว้ ซึ่งไม่ยากมากมายเท่าไหร่แค่ให้เรากระโดดไปหา NPC ที่อยู่ตรงข้ามศาลาลอยฟ้าได้ก็เสร็จแล้วครับ
สกิลที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ มีทั้งหมด 8 สกิลแต่มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันดังนี้ครับ
สกิลวิ่งอันแรกจะได้มาตอนที่เราอยู่บนเกาะที่เราฝึกในช่วงแรกได้มาตอนเลเวล 2
สกิลวิ่งที่ 2 เป็นสกิลที่ทำให้เราสามารถลอยตัวอยู่บนอากาศ ได้มาจากเกาะช่วงแรกหลังจากที่เราไปคุยกับศิษย์พี่
สกิลวิ่งที่ 3 จะได้มาหลังจากที่เราทำเควสที่เราออกมาจากถ้ำเพื่อที่จะไปรับเควสวิ่งบนน้ำ โดยสกิลนี้จะเป็นสกิลที่เราสามารถกระโดดไปจุดต่างๆได้ หรือเรียกว่าระบบ Hyper teleport นั่นเองครับ
สกิลวิ่งที่ 4 นั้นเป็นสกิลที่เราสามารถวิ่งบนผิวน้ำได้จะได้มาตอนที่ตัวละครเราเลเวล 15 และทำเควสเนื้อเรื่องในถ้ำเสร็จแล้ว
สกิลวิ่งที่ 5 เป็นสกิลที่ได้มาตอนมาเมืองทะเลทรายเป็นครั้งแรกเงื่อนไขของสกิลนี้คือต้องใส่ชุดสำนักที่เราเลือกแล้วไปซื้อพัดจากร้านขายของบริเวณลานประลองแล้วนนำมาส่งให้ NPC มีข้อแม้อยู่ว่าต้องใส่ชุดสำนักมาส่งด้วย (ในส่วนนี้ให้ระวังผู้เล่นอีกฝ่ายนึงเข้ามาโจมตีให้ดี ฮ่า ๆ ) ส่วนรางวัลที่ได้หลังจากส่งเควสคือระยะเวลาในการวิ่งของเราจะเพิ่มขึ้น 3000 หน่วยครับ
สกิลวิ่งที่ 6 เป็นสกิลที่เราสามารถร่อนตัวลงมาจากบนอากาศโดยที่ไม่เสียเลือดเวลาลงพื้น ด้วยการกด S (ปกติถ้าหากเรากระโดดลงมาจากที่สูงเราจะเสียเลือดยิ่งสูงมากยิ่งมีโอกาสเสีย เลือดมากตามครับ) สามารถเรียนสกิลนี้ได้ตอนเราเลเวล 28 ซึ่งต้องมีหนังสือ 3 เล่มโดยหนังสือนั้นได้มาจากการหมุนตู้กาชาปองที่อยู่บริเวณบอสรูปปั้นในทะเลทรายเมื่อเปิดได้ครบแล้วก็ส่งได้เลย
สกิลวิ่งที่ 7 เป็นสกิลที่ใช้เป็นท่าต่อจากท่าที่ 6 เมื่อเรากด S เพื่อลงมาถึงพื้นแล้วให้เรากด W+W ตัวละครเราก็จะพุ่งไปข้างหน้าและวิ่งด้วยความเร็วต่อได้เลย สามารถเรียนได้ตอนเลเวล 28 เช่นกัน เงื่อนไขคือต้องมีกระดิ่งทองที่ครอปจากมอนเตอร์ ( โอกาสดรอบค่อนข้างยาก และราคาค่อนข้างสูง )
สกิลวิ่งที่ 8 ถือเป็นสกิลสุดยอดของทั้งหมด เพราะสกิลนี้ผู้เล่นจะสามารถไต่ทะลุทะลงไปได้ทุกที่เงื่อนไขที่ทราบตอนนี้คือต้องมีเลเวล 43 ขึ้นไป ส่วนข้อแม้อื่นนั้นข้าน้อยยอมรับผิดเพราะเล่นได้แค่เวล 40 เองครับแต่ยังไงก็จะรีบหาข้อมูลมาเพิ่มให้ทีหลังนะครับ

อีกอย่างหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อยนั่นคือระบบอินเตอร์เฟสของเกม โดยการทดสอบรอบนี้ผู้เล่นสามารถย้ายตำแหน่งของอินเตอร์เฟสต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับแต่ละคนได้เพราะผู้เล่นบางคนนั้นไม่ชอบให้อะไรมารกหน้าจอเวลา เล่นก็สามารถปิดในส่วนนั้นไปได้ครับ

อีกจุดหนึ่งที่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงไปก็คือหลอดเลือดของสาย Destroyer ที่ในการทดสอบรอบที่แล้วจะมีหน้าตาเมือนกับสายอาชีพอื่น แต่รอบนี้ทำออกมาเพื่อให้เหมาะสมกับสายอาชีพนี้ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งค่า SP แต่อย่างใดครับ

อินเตอร์เฟสของ Blade Master,Kung-Fu Master,Force Master,Assassin และ Summonner

อินเตอร์เฟสของ Destroyer
เมื่อเราได้ทำการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการเล่นเบื้องต้นแล้วคราวนี้เราก็จะ มาเจาะลึกกันในสว่นของค่า สเตตัสของตัวละครกันบ้างอย่างที่เรารู้กันคือ ในเกมนี้ชุดของตัวละครไม่ได้มีความสำคัญในเรื่องของค่าสเตตัสตัวละครเลยแม้ แต่น้อย เพียงแค่ว่าชุดที่เราสวมใส่นั้นบ่งบอกถึงระดับเลเวลของตัวละครเรา เสียมากกว่า แต่ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์ซะทีเดียวเพราะแต่ละชุดที่เราได้มานั้นอาจจะช่วย ให้เราเก็บเลเวลได้รวดเร็วขึ้นได้ครับ แต่ในส่วนนี้ขออธิบายทีหลังตอนนี้ขออธิบายในเรื่องของค่าสเตตัสก่อนนะครับ
ค่าสเตตัสของเกมนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือในส่วนของการโจมตี และส่วนของพลังป้องกัน ดังภาพนะครับ

หลายคนคงสงเกิดคำถามที่ว่าแล้วเราจะเพิ่มสถานะให้ตัวละครเรายังไงล่ะเมื่อ ชุดไม่เกี่ยวกับส่วนนี้ ไม่ต้องห่วงครับเพราะใน Blade&soul ตัวละครเราจะเก่งรึไม่นั้นขึ้นอยู่กับชิ้นส่วน หยิน-หยาง ทั้ง 8 ชิ้นที่ เราต้องหามาสวมใส่ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนก็จะมีออฟชั้นต่างกันไปตามแต่ลักษณะและ ประเภทของ หยินหยาง และหากว่าผู้เล่นสามารถหาชิ้นส่วนหยินหยางเซ็ตเดียวกันมาใส่ได้จนครบก็จะได้ ออฟชั่นพิเศษของหยินหยางชุดนั้นมาเพิ่มด้วยครับ

**ลักษณะของหยินหยางทั้ง 8
และ เมื่อผู้เล่นต้องการเพิ่มความสามารถของหยินหยางที่ใส่นั้นให้มีค่าสเตตัสที่ เพิ่มขึ้นไปอีกผู้เล่นสามารถที่จะทำการตีบวกชิ้นส่วนหยิน-หยางเพื่อเพิ่มค่า สเตตัสได้อีกด้วยครับ โดยในการตีบวกนั้นเราจำเป็นต้องหาไอเทมเพื่อนำมาใช้ในการตีบวกใครครบเสีย ก่อน
ขั้นตอนในการเปิดหน้าต่างเพื่อตีบวกหนิยหยางและย่อยหยินหยาง
ขั้น ตอนในการเตรียมทำการตีบวกและย่อยหยินหยางนั้นไม่มีอะไรมากครับ ให้ผู้เล่นกด I เพื่อเปิดช่องเก็บของ แล้วมองไปที่ไอคอนด้านล่างเราจะเห็นไอคอนเล็กๆอยู่ 4 แบบได้แก่
1. ไอคอนทำการบวกหยินหยาง
2. ไอคอนเพื่อทำการย่อยหยินหยาง
3. ไอคอนเปิหน้าต่างเพื่อทำการใส่หินออฟชั่นให้กับอาวุธ
4. ไอคอนจัดเรียงลำดับไอเทมในช่องเก็บของ

ยกตัวอย่างการตีบวกชิ้นส่วนหยิงหยางให้ดูนะครับ หากเราต้องการจะตีบวกหยินหยางจะต้องนำหยินหยางที่เราต้องการอัพเกรดมาใส่ ช่องด้านบน ส่วนช่องล่างให้เราใส่เศษหยินหยางที่เราไม่ต้องการแล้วมาเป็นตัวเร่ง นอกจากตัวเร่งแล้วให้เราหาไอเทมอื่นๆที่ต้องต้องการเพิ่มได้แก่ เศษผงหยินหยางที่ได้จากการบดหยินหยางที่เราไม่ต้องการโดยใช้ามจำนวนตามที่ ระบบต้องการครับ อีกชิ้นนึ่งนั้นเป็นไอเทมที่หาดรอปได้ตามบอสทั่วไปครับ เมื่อได้ไอเทมครบทุกชิ้นแล้วก็กดปุ่มด้านล่างเพื่อทำการตีบวกเราก็จะได้หยิน หยางที่มีออฟชั่นเพิ่มขึ้นมาสวมใส่แล้วครับ

**ภาพตัวอย่างในการตีบวกชิ้นส่วน หยิน หยาง
อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความสามารถของตัวละครของเราอีกวิธีหนึ่งนอกจาก การตีบวก หยิน หยางแล้ว ได้แก่การใส่หินออพชั่นให้กับอาวุธเพื่อเพิ่มพลังในการโจมตีให้มากขึ้นครับ โดยขั้นตอนก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเพียงแต่มีเงื่อนไขอยู่เพียงแค่ว่า อาวุธที่เราสวมใส่อยู่ต้องมีช่องสลอตแล้วก็หินเพิ่มออฟชั่นแค่ 2 อย่างนี้เท่านั้นเองครับ ขั้นตอนก็ง่ายมากๆ เพียงแค่ผู้เล่นกด Shift+คลิกเม้าท์ซ้าย แล้วลากเอาหินออฟชั่นใส่เข้าไปก็เรียบร้อยแล้วครับ

**หน้าต่างขั้นตอนการยัดหินออฟชั่น
โดยออฟชั่นที่เราจะได้นั้นขึ้นอยู่กับสีของหินต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด 7 สี โดยแต่ละมีนั้นมีออฟชั่นต่างกันดังนี้ครับ
1. สีแดง (Jonathan)
- ทำให้ศัตรูติด Stun เป็นระยะเวลา 1 วินาที เวลาโจมตีทั้งธรรมดาและสกิล
- เพิ่มพลังโจมตี 140 หน่วย เวลาโจมตีทั้งธรรมดาและสกิล
2.สีเหลือง (Topaz)
- เพิ่มพลังโจมตี 15 หน่วย เวลาศัตรูล้ม (Down)
- เพิ่มพลังโจมตี 15 หน่วย เวลาศัตรูติด Stun
3.สีฟ้า (Sapphire)
- เพิ่มพลังโจมตี 15 หน่วย เวลาโจมตีศัตรูไม่อยู่ในสถานะป้องกัน
- มีโอกาศติดสถานะเคลื่อนที่ไม่ได้เป็นระยะเวลา 3 วินาทีกับศัตรู เวลาโจมตีศัตรูที่ไม่อยู่ในสถานะป้องกัน
4.สีเขียว (Jade)
- ทำให้ตัวละครเราติดสถานะโจมตีคริติคอลแรงขึ้น 25 หน่วย เมื่อโจมตีศัตรูที่ป้องกัน/หลบหลีก
5.สีม่วง (Amethyst)
- โจมตีแรงขึ้น 15 หน่วย ทุกครั้งที่โจมตี
6.สีทะเลมรกต (Beryl)
- ตัวละครเรารับบาเรียป้องกันพิเศษค่าความเสียหายเป็นระยะเวลา 4 วินาที ทุกครั้งที่มอนสเตอร์ตีเรามาเวลาเราป้องกัน/หลบหลีก
- ฟื้นฟูพลังชีวิต 24 หน่วยทุกครั้งที่มอนสเตอร์ตีีเรามาเวลาเราป้องกัน/หลบหลีก
7.สีเทา (Diamond)
- สะท้อนค่าความเสียหายให้ศัตรู 10 หน่วย ทุกครั้งที่ศัตรูโจมตีเราในสถานะป้องกัน
- ฟื้นฟูพลังชีวิต 24 หน่วย ทุกครั้งที่ศัตรูโจมตีเราในสถานะป้องกัน
ซึง อาวุธที่เราสวมใส่แต่ละชนิดนั้นย่อมต้องมีระดับที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นหินที่เราใส่ลงไปเพื่อเพิ่มออฟชั่นก็ย่อมมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป ด้วย แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ครับ เพียงแค่จาก สามเหลี่ยม ก็จะกลายเป็นหิน สี่เหลื่ยม ห้าเหลี่ยม หกเหลี่ยม ตามลำดับครับ
เอาละ ในตอนต่อไป เราจะมาพูดถึงชุดต่างๆที่่เราสวมใส่ว่ามีคุณสมบัติอะไรกันบ้างนอกจากที่เราไปเก็บเลเวลตามปกติกันนะครับ













































